1) หลุมสิวเป็นการอักเสบของรูขุมขน หรือต่อมไขมันที่มีรูเปิดอยู่ที่รูขุมขน
ซึ่งอยู่ใต้ผิวหนังในชั้นหนังแท้ส่วนตื้น
2) สาเหตุของการเกิดหลุมสิวที่สําคัญที่สุดคือ
การอักเสบที่เป็นนานเกิน 2-4 สัปดาห์
หรือการอักเสบที่ลุกลามไปถึงหนังแท้ชั้นลึก
3) การรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดคือการป้องกัน
เพราะเมื่อเกิดหลุมสิวบนใบหน้าแล้ว ไม่มีทางจะหายได้เอง
การทาครีมหรือยาไม่ทําให้หลุมสิวดีขึ้นได้
4) เนื่องจากการอักเสบที่นานและลงลึกเป็นสาเหตุหลักของการเกิดหลุมสิว การป้องกันหลุมสิวที่ดีที่สุดคือการลดการอักเสบของสิว
5)
การบีบ หรือการกดสิว ทำให้สิวอักเสบเพิ่มขึ้นเป็นนานขึ้น
และการอักเสบลงลึกมากขึ้น จึงไม่แนะนำให้ทำ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นสิวอักเสบอยู่
6)
การฉีดสิวจะช่วยในกรณีที่เป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่
ที่มีแนวโน้มจะมีการอักเสบยาวนาน เมื่อฉีดสิวการอักเสบจะลดลง
และลดโอกาสการเกิดหลุมสิวได้
7) การฉีดสิวควรทำเท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
เพราะมีความเสี่ยงที่จะฉีดลึกเกินไป ทำให้เกิดรอยบุ๋มจากยาที่ใช้ฉีดสิวได้เช่นกัน
8) กรณีที่เกิดหลุมสิวขึ้นแล้ว มีวิธีรักษาได้ดังนี้
จี้กรด ฉีดฟิลเลอร์ ทำเลเซอร์กรอผิว ใช้คลื่นความถี่วิทยุชนิดใช้เข็ม และการทำ subcision
9) ส่วนการกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี dermaroller
การทำ treatment และการผลักวิตะมินด้วยวิธีต่าง
ๆ มีงานวิจัยแล้วว่าไม่ได้ผลในการรักษา หลุมสิว
10) การจี้กรด จะใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มกรดความเข้มข้นสูงจี้ลงไปที่หลุมสิว ราคาถูก แต่ประสิทธิภาพต่ำ ต้องทำต่อเนื่อง 10-20 ครั้งกว่าจะเห็นผล
11) การฉีดฟิลเลอร์ ข้อดีคือได้ผล 70-80% จากการรักษาครั้งเดียว แต่ฟิลเลอร์อยู่ไม่ถาวร จะสลายไปเอง ต้องทำซ้ำทุก 3-6
เดือน
12) เลเซอร์กรอผิวมี 2 ชนิด
กรอผิวแบบตื้นและกรอผิวแบบลึก
13) เลเซอร์กรอผิวแบบลึกมีประสิทธิภาพดีกว่าแบบตื้น
ทำเลเซอร์เดือนละครั้ง 3 ครั้ง ดีขึ้น 60-70% ในขณะที่แบบตื้นต้องทำ 5-6 ครั้งถึงจะดีขึ้น
14) แต่เลเซอร์กรอผิวแบบลึกมีผลข้างเคียงมากกว่า
เช่น การเกิดรอยดำหลังเลเซอร์พบได้ 50% ในขณะที่แบบตื้นพบเพียง
15% เท่านั้น
15) การใช้คลื่นความถี่วิทยุในการรักษาหลุมสิว มีผลข้างเคียงที่เกิดรอยดำน้อยที่สุดเพียง 2-5% ต้องทำ3-6
ครั้ง แต่ราคาแพงกว่าเลเซอร์กรอผิวมาก
16) การทำ subcision คือการใช้เข็มพิเศษ
แทงลงไปบนผิวข้างหลุมสิว แล้วใช้ปลายเข็มควานไปใต้หลุมสิวเพื่อตัดพังผืดที่ดึงผิวหนังออก
17) การทำ subsicion ต้องทำซ้ำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล
และทุกครั้งที่ทำจะมีเลือดออก และรอยช้ำอยู่นานเป็นสัปดาห์
18) ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการรักษาหลุมสิวหลายวิธีที่มีประสิทธิภาพ
แต่ยังไม่มีวิธีไหนคืนผิวที่เรียบเนียน 100% ให้ได้
การป้องกันจึงสำคัญที่สุด
19) การบีบสิวและกดสิว
ถือว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดหลุมสิวได้มากที่สุด ก่อนบีบหรือกดสิว
ถามตัวเองซักนิดว่า อยากมีหลุมสิวบนหน้ารึเปล่า ??
20) ถ้าไม่ทำอะไรสิวอักเสบหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ รอยดำสิวหายเองได้ใน 3-6 เดือน
รอยแดงสิวหายเองได้ใน 6-9 เดือน แต่หลุมสิวไม่มีวันหายเอง
ขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก pinnyforever.com







