ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

วิธีปฏิบัติตนเพื่อลดการเกิดสิวอักเสบ และหลุมสิว

1. การล้างหน้าบ่อย ๆ ทำให้เกิดสิว หลุมสิว  มากขึ้นเพราะการล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่ายจึงทำให้เกิดสิว หลุมสิว ได้ง่ายขึ้นควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และควรหลีกเลี่ยงการใช้โฟมล้างหน้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว หรือสบู่ล้างหน้า
2. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว หลุมสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
3. ห้ามนอกดึกเด็ดขาด ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ดีที่สุด และตื่นตอน 6 โมงเช้า
4. ห้ามใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป หันมาใช้ครีมทาหน้าอ่อนๆ เช่น เภสัชก็ได้
5. ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอาบน้ำ ก็ขอให้ล้างหน้าทุกเช้าและก่อนเข้านอนก็พอ
6. เวลาที่คุณเข้านอนไม่ควรทาครีมใดๆ ควรล้างหน้า เช็ดให้แห้ง และเข้านอนทันที
7. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบ หลุมสิว และเป็นหนองเพิ่มขึ้น
8. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือเจลแต่งผม
9. อย่าปล่อยให้หน้ามันมากเกินไป ควรใช้กระดาษซับหน้า แบบเบามือช่วยลดความมัน
10. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ หลุมสิว 
11. อย่าใช้มือบีบ แกะ เกาบริเวณที่เป็นสิว หลุมสิว
12. อย่าเครียดหรือวิตกกังวลเกินไป หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ทำจิตใจให้แจ่มใส
13. ถ้าในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบ หลุมสิว มากๆ  ควรไปพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว


*** ทั้งหมดนี้เมื่อเราทำเป็นประจำจะทำให้สิวอักเสบ หลุมสิว ลดลง เพื่อนๆ ก็ลองนำไปใช้ดูนะค่ะ แต่อย่าลืมว่าผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณท์ดูแลผิวติดต่อกัน ไม่ควรเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆนะคะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://acnecaresite.blogspot.com/
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.lovelytodays.com

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีการธรรมชาติ

   



    วันนี้มาดูวิธีลดรอยดำ จุดด่างดำจากสิว หลุมสิว ที่กิดจาการบีบ เค้น กดสิวกันครับ เป็นวิธีลดรอยสิวแบบธรรมชาติ รวมๆกันมาให้เลือกใช้ดู แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

หอมแดง

    เป็นสมุนไพรไทยที่นิยมเอามาทำอาหารกันหลากหลาย โดยเฉพาะในพริกแกงต่างๆนั้นแทบจะขาดไม่ได้ แต่สรรพคุณอีกข้อหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นคือ หอมแดงสามารถที่ช่วยในการลดรอยดำจากสิว หลุมสิว ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะในหอมแดงมีสารที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย(ต้นเหตุการเกิดสิว หลุมสิว)ได้ดี และมีสารที่ใช้ต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย วิธีการก็ง่ายๆนำหอมแดงมาปอกเปลือกออก หั่นให้เป็นแว่นบางและนำมาแต้มตรงบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ ทำเป็นประจำทุกวันรอยดำสิวหลุมสิว ก็จะค่อยๆจางลงอย่างเห็นได้ชัด จากดำก็จะกลายเป็นแดงๆ จากแดงๆก็เริ่มเป็นสีเนื้อปกติ สามารถทาได้ทุกวันโดยไม่มีผลค้างเคียงใดๆทั้งสิ้น (แต่อาจจะแสบตาเล็กน้อยตอนทา)

มะละกอสุก

     มะละกอขึ้นชื่อในเรื่องคุณประโยชน์สารพัด โดยเฉพาะในเรื่องผิวพรรณที่ว่ากันว่ากินแล้วผิวจะดี เปร่งปรั่ง มีน้ำมีนวลและยังช่วยลดรอยดำจากสิว หลุมสิว ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในมะละกอมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปนช่วยย่อยโปรตีน ซึ่งสามารถลดการอักเสบต่างๆของผิวหนังได้ สามารถใช้กระตุ้นให้เกิดการสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถใช้ลดรอยดำที่เกิดจากสิว หลุมสิว ได้เช่นกัน วิธีทำก็นำมะละกอสุกมาปลอกเปลือกและล้างยางออกให้สะอาด (ต้องสะอาดจริงนะครับ ไม่งั้นยางอาจกัดหน้าได้) จากนั้นก็นำมะละกอมาบดให้ละอียด แล้วจัดการพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก หลังล้างออกจะรู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มขึ้นทันที ใช้เป็นประจำริ้วรอยจากสิวจะลดลงเยอะครับ เป็นของจากธรรมชาติที่ดีจริงๆ

ใบบัวบก

     ใบบัวบกเป็นที่รู้จักกันดีว่ากินแล้วช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้ดี และยังสามารถใช้ลดรอยดำจากสิว หลุมสิว  ช่วยลดแผลเป็นจากสิว แผลคีลอยด์ได้ด้วย เนื่องจากในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ ( Glucosides ) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้าของเรา เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นผลที่ตามมาก็คือ ลอยดำ หลุมสิว ก็จะลดลงจางลงไปได้ และยังทำให้ผิวหน้าโดยรวมดีขึ้นอีกต่างหากืวิธีใช้ก็นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่น หากใครไม่มีก็เอาไปตำในครกได้ จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้มาพอกหน้าได้เลย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น

      ในน้ำมันมะพร้าวจะมีสารที่โดดเด่นอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า "กรดลอริค" ซึ่งช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำงานที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังช่วยให้ผิวเราชุ่มชื้นอ่อนนุ่มลง ช่วยให้ผิวหน้าที่เป็นรอยดำจากสิว หลุมสิว ลดลงได้ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป วิธีใช้ก็ใช้ทาหลังล้างหน้าเหมือนเป็นครีมบำรุงตัวหนึ่งก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังใช้ทาแทนโลชั่นทาผิวได้ด้วยนะ ช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี เป็นของจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณเยอะมากอีกตัวหนึ่ง

      วิธีลดรอยดําจากสิว หลุมสิว  ด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ สามารถทำได้เองที่บ้านโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ไม่ต้องเสียเวลามากแถมยังประหยัดตังค์ในประเป๋าอีกด้วย ที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้เพราะเป็นของที่เป็นธรรมชาตล้วนๆรับรองว่าปลอดภัยแน่นอน เพียงแต่ว่าตอนใช้ก็ขอให้ล้างทำความสะอาดให้ดีซะก่อน ป้องกันพวกยาฆ่าแมลงหรือสารตกค้างอื่นๆ จะได้ใช้ได้อย่างสบายใจหายห่วง

ขอบคุณข้อมูลจาก acnedefend.blogspot.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.lovelytodays.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

หลุมสิวปัญหาใหญ่กวนใจผิวหน้าของหลาย ๆ คน

            นับครั้งไม่ถ้วนแล้วกับ ปัญหาเรื่องรอยสิว หลุมสิวที่เคลียร์กันไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ และครั้งนี้เองก็ถึงทีของหลุมสิวน้อยหลุมสิวใหญ่ที่ฝากเนื้อฝากตัวไว้หลังสิวหาย วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าหลุมสิวพวกนี้มันเกิดจากอะไร และมันพอจะวิธีแก้อย่างไรได้บ้าง


             พอสิวหลุด หลุมสิวก็มา โดยทั่วไปแล้ว หลุมสิวเกิดจากการอักเสบของชั้นผิวบริเวณนั้น เมื่อสิวหายแล้วจึงเกิดการยุบตัวลงไปจนเป็นหลุมสิวที่มักจะเกิดหลุมและทิ้งร่องรอยไว้ คือ สิวอักเสบเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางทีก็อาจจะมาจากพฤติกรรมการบีบ เค้น แคะของเราด้วยในส่วนหนึ่ง

วิธีแก้ปัญหาหลุมสิวแก้อย่างไรให้หลุม ร่องหายเป็นปลิดทิ้ง 

           ทำการรักษาหลุมสิวด้วยตนเองเบื้องต้น เช่น การทายาที่สามารถกระตุ้นเซลล์ผิวให้มีการซ่อมแซมแผล ริ้วรอย เช่น วิตามินอี , เอเอชเอ , บีเอชเอ และการกินยาที่ประกอบไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ คอลลาเจน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปได้อาจช่วยบรรเทาให้ผิวหน้าดีขึ้นได้ในส่วนหนึ่งเท่านั้น

           ทำการรักษาหลุมสิวด้วยเครื่องมือแพทย์แบบต่าง ๆ เพื่อช่วยบรรเทาหรือช่วยเร่งให้มีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน อาทิ กลิ้งเดอร์มาโรลเลอร์ การใช้เลเซอร์ลำแสงแบบต่าง ๆ เช่น IPL , PHONO , การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีหรือการทำ Fraxel Laser ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่เห็นผลดี แต่ยังมีราคาค่อนข้างสูง

            ทางแก้ปัญหาหลุมสิวที่ดีที่สุด คือ การใช้วิธีแบบทำควบคู่กันไป ทั้งการกินยา ทายาและเข้ารับการรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ถูกต้องปลอดภัยภายใต้การดูแลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ป้องกันแต่เนิ่นๆ ไม่ให้เกิดหลุมสิว

               ไม่พยายามบีบ เค้น แคะ สิวที่กำลังอักเสบอยู่ เป็นไปได้ควรใช้ยาหรือไปพบคุณหมอเพื่อปรึกษาและทำการรักษาตามขั้นตอน ทำความสะอาดผิวหน้าทุกครั้งก่อนนอน หากเป็นหลุมสิวบ่อย ๆ ควรทายาฆ่าเชื้อสิวทิ้งไว้ก่อนล้างหน้า 10 นาที แล้วจึงล้างออกเพื่อลดการเกิดสิว ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินเอ อี ซี หรือคอลลาเจน

               ยังไงก็ตามสาว ๆ ไม่ควรเครียดและกังวลกับหลุมสิวและร่องรอยแผลเป็นมากจนเกินไปนะคะ ค่อยๆ รักษาและหมั่นดูแลผิวบริเวณที่มีปัญหาไปตามระยะเวลาที่คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญได้กำหนดไว้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก 
http://women.thaiza.com
และติดตามเรื่องราวของเราต่อกันได้ที่ http://www.lovelytodays.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS