ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

วิธีการรักษาหลุมสิวที่ถูก

หลุมสิว....

          หลายคนที่มีหลุมสิวมาตั้งแต่เด็ก หรือมีสิวมากแล้วรักษาไม่ถูกวิธี อาจจะเป็นได้เป็นทั้งการพลาดที่ตัวเราเองเช่นการบีบ แกะ เจาะสิว หรือพลาดที่คลินิกรักษาสิว เช่นการฉีดสิวโดยใช้สเตรียรอยด์และยาแก้อักเสบที่มากเกินไป ส่งผลให้สิวยุบจริง แต่ผิวหนังก็จะยุบลงไป ส่งผลให้เกิหลุมสิวในที่สุด 

           หลุมสิวเกิดจากอะไร สิ่งที่ควรรู้คือ สิวที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะมีโอกาสทำให้เกิดหลุมสิวได้มากคือ สิวอักเสบ หรือสิวหัวช้างเม็ดโตๆนั่นแหละค่ะ สิวชนิดนี้เมื่อเกิดไปนานๆและขาดการรักษาที่ถูกต้อง จะทำให้ผิวหนังด้านใต้เกิด "โพรงหนอง" ซึ่งจะไปกัดเซาะผิวหนังบริเวณนั้นให้เกิดเป็นโพรง เมื่อรักษาผิดวิธีด้วยการบีบ หรือฉีดมากเกินขนาด(แม้กระทั่งปล่อยให้หายเอง)ผลสุดท้ายคือเกิดการยุบตัวของผิว เกิดการลดลงของคอลลาเจน และเกิดผังผืดขึ้นใต้รอยแผลเป็นนั้นๆ ทำให้เกิดหลุมสิวในที่สุด

           นึกภาพง่ายๆนะคะ เกิดโพรงใต้ผิว สิวยุบ ผิวเลยยุบตามลงไปด้วย คอลลาเจนสร้างได้น้อย จึงทำให้ผิวได้ไม่เรียบเท่าเดิม นานไปผิวหนังเกิดการสร้างผังผืดมาเกาะ ทำให้ผิวตรงนั้นเกิดหลุม ที่เรียกว่า
หลุมสิวที่ำเยอะกว่าผิวโดยรอบ วิธีการรักษาตามทฤษฏีง่ายๆคือ เมื่อผิวยุบตัวแล้วเกิดการสร้างผังผืดปิดบริเวณด้านบน ก็แค่เซาะผังผืดออก แล้วใช้เครื่องที่สามารถเร่งการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกลับมาฟูเช่นเดิม ... ฟังดูง่ายแต่จริงๆไม่ง่ายเลยนะค 

การรักษาหลุมสิวที่ถูกวิธี มีข้อที่พึงรู้คือ

1. ไม่มี "ครีม" หรือ "เซรั่ม" หรือสิ่งๆใดๆก็ตามที่ทาบนผิวหน้าแล้วสามารถ "รักษา" หลุมสิวหรือทำให้ผิวที่เป็นหลุมกลับมาฟูเท่ากับผิวโดยรอบได้ เพราะหลุมสิวเกิดจากผังผืด ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาใดที่สามารถตัดผังผืดออกได้โดยไม่ใช้เครื่องมือนะคะ ยาทาที่พอจะมีส่วนช่วยได้บ้าง แต่น้อย คือยาทาประเภทวิตามินซี หรือยาทากลุ่มที่เร่งการสร้างคอลลาเจน แต่ยาพวกนี้จะ
ได้ผลเมื่อเกิดการตัดผังผืดออกแล้วและใช้ยาช่วย ไม่ใช่ทาอย่างเดียวค่ะ

2. ยากินหรือวิตามินที่ช่วยรักษา 
หลุมสิว อาจพอที่จะ "มีผล" ได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถคาดหวังผลในการรักษาได้นะคะ วิตามินที่แนะนำให้กินเมื่อใช้การตัดผังผืดร่วมด้วยคือ วิตามินซี B5 และซิงค์ค่ะ 

3. มาถึงการรักษา
หลุมสิวโดยใช้วิทยาการสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันก็มีเครื่องมือหลายชนิดที่สามารถหวังผลในเรื่องหลุมสิวได้ ขอยกตัวอย่างเครื่องมือบางตัวที่ได้ผลจริง คาดหวังได้จริง และมองเห็นผลได้โดยไม่ต้องใช้จินตนาการนะคะ ^^

- Fractional CO2 Laser เป็นเลเซอร์ที่ได้ผลดี แต่รุนแรงมาก ผลของเลเซอร์ชนิดนี้จะตัดผังผืดแบบแนวดิ่งได้ดี แต่ก็ทำลายผิวชั้นบนไปมากเช่นกันจึงเห็นผลในการรักษาหลุมสิว คนที่คิดจะทำเลเซอร์ชนิดนี้ต้องทำใจว่าหน้าจะดำ พังเหมือนโดนของไป 1-2 เดือน ก่อนที่ผิวจะสร้างตัวใหม่ตามธรรมชาติ ต้องมีเวลาพักฟื้นที่ยาวนาน แต่ได้ผลดีเกือบ 80%

- Fraxel Laser และ Fine Scan Laser ที่ต้องนำมารวมกันเพราะหลักการทำงานคล้ายๆกัน เพียงแต่ Fine Scan Laser เป็นเลเซอร์ตัวเลียนแบบของ Fraxel Laser ที่เค้าเคลมว่ามีประสิทธิภาพเหมือนกัน (แต่โดยส่วนตัวยังไงก็คิดว่า Fraxel Laser ได้ผลดีกว่าค่ะ) หลักการทำงานคือการตัดผังผืดด้วยการการปล่อยคลื่นแสงในช่วง mid infrared ลงไปใต้ผิวเป็นจุดเล็กมากๆนับพันจุดต่อตารางเซนติเมตร สามารถปรับระดับความลึกตื้นเพื่อหวังผลในการรักษาริ้วรอยได้ด้วย สามารถคาดหวังผลหลุมสิวได้ 70-75 % (10 ครั้งขึ้นไป) ราคา Fraxel Laser ยังแพงอยู่ ส่วน Fine Scan จะถูกลงเพราะผลิตโดยคนไทย

- E-matrix ใช้คลื่นเสียงในการรักษาแทนคลื่นแสง ทำให้มีประโยชน์ในด้านการยกกระชับใบหน้าด้วย ส่วนตัวคิดว่าในปัจจุบัน E-matrix เป็นตัวที่หวังผลในการรักษาหลุมสิวได้มากที่สุด (Fractional CO2 Laser อาจจะได้ผลเทียบเท่าหรือดีกว่า แต่เสี่ยงกว่าและมี Effect หลังทำที่เยอะกว่ามาก) อาการข้างเคียงน้อย แต่ราคาแพง (มาก) สามารถคาดหวังผลหลุมสิวได้ 80-90 % (3-5 ครั้ง)

- Subcision อาจจะเรียกได้ไม่เต็มปากว่าได้ผล แต่การ Subcision จัดว่าเป็นตัวเสริมพลังของการรักษาด้วยเลเซอร์ประเภทต่างๆได้ดีมาก เพราะ Subcision คือการใช้มีดเลาะผังผืดด้วยมือแพทย์ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าเลาะได้ชัวร์ เลาะตรงจุด แต่ Subcision จะไม่มีอานุภาพในการกระตุ้นคอลาเจนใดๆนอกจากให้ร่างกายจัดการเอง การนำ Subcision มาใช้คู่กับเลเซอร์ชนิดต่างๆจึงทำให้ผลของการรักษาได้ผลดีขึ้น

การรักษาหลุมสิวต้องเข้าใจก่อนว่าต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพผิว หลังทำทันทีหรือ 1 อาทิตย์ต่อจากนั้น ผลอาจจะยังไม่ชัดเจน ต้องให้ร่างกายได้สร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวโดยธรรมชาติก่อนช่วงนี้อาจใช้ครีม หรือกินวิตามินอย่างที่บอกข้างต้น เพื่อเป็นตัวเสริมให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้ดีขึ้นค่ะ

หลุมสิวรักษายาก แต่รักษาได้ ถ้าเข้าใจมัน....และมีเงินค่ะ ^^

ติดตามเรื่องราวดีดีของเราได้ที่ิ http://www.lovelytodays.com/
ขอบคุณบทความดีดีจาก fanpage บันทึกของตุีด


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น